วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เวอร์ชัน 5 ประตูของ Evoque



          รุ่น 3 ประตูเพิ่งจะเปิดตัวและยังไม่ทันวางขายตามโชว์รูมเลย แต่ทางด้านแลนด์โรเวอร์ประกาศชัดว่าจะมีการผลิตเวอร์ชัน 5 ประตูของ Evoque เอสยูวีระดับหรูมาดสปอร์ตออกขายอย่างแน่นอน โดยวางคิวเอาไว้ว่าจะเปิดตัวออกสู่ตลาดไม่เกินปลายปี 2011


Phil Popham กรรมการผู้จัดารของแลนด์โรเวอร์ กล่าวยืนยันข่าวนี้ต่อหน้าสื่อมวลชนที่มาร่วมทำข่าวในช่วงพิธีเปิดพื้นที่ของแลนด์โรเวอร์ในงานปารีส มอเตอร์โชว์ เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา โดยยืนยันถึงการผลิต พร้อมกับเผยภาพคันจริงของ Evoque แบบ 5 ประตูออกมาให้สัมผัสด้วย

สำหรับ Evoque เป็นเอสยวีระดับหรูมาดสปอร์ตที่พัฒนาต่อจากรุ่นต้นแบบ LRX ซึ่งเปิดตัวในปี 2008 โดยทางแลนด์โรเวอร์เลือกส่งเอสยูวีมาดสปอร์ตรุ่นนี้ลงทุตลาดโดยใช้ชื่อของเรนจ์โรเวอร์นำหน้า และเป็นเอสยูวีรุ่นที่ 3 ซึ่งใช้ชื่อนี้ในการทำตลาดต่อจากรุ่นธรรมดา และเรนจ์โรเวอร์ สปอร์ต

แม้จะไม่มีการยืนยันถึงโครงสร้างพื้นฐานตัวรถ แต่ข่าวหลายกระแสระบุว่า Evoque ถูกพัฒนาบนพื้นตัวถังที่ปรับปรุงจากเอสยูวีรุ่น LR2 หรือฟรีแลนเดอร์ ด้วยการขยายระยะฐานล้อให้ยาวขึ้น นั่นหมายความว่าตัวรถจะมาในแบบเอสยูวีที่มีเลย์เอาท์การวางของเครื่องยนต์แบบวางตามขวางเหมือนกับรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า และรุ่นที่ทำตลาดก็มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อแบบตลอดเวลาที่มีระบบ Terrain Response ควบคุมการกระจายแรงบิดจากเครื่องยนต์ไปสู่ล้อขับเคลื่อน

สำหรับเครื่องยนต์ที่ทำตลาดคาดว่าน่าจะเหมือนกับรุ่น 3 ประตูมีทั้งเบนซินเทอร์โบ Si4 บล็อก 4 สูบ เทอร์โบ ไดเร็กต์อินเจ็กชัน และ Twin VVT-i 2,000 ซีซี มีกำลังสูงสุด 240 แรงม้า และตามด้วยอีก 2 รุ่นของเทอร์โบดีเซลแบบ 4 สูบ 2,200 ซีซี พร้อมเทอร์โบแบบมีครีบแปรผัน หรือ VNT-Variable Nozzle Turbine มีทั้งรุ่น TD4 แบบ 150 แรงม้า และ SD4 แบบ 190 แรงม้า พร้อมกับรุ่นสุดประหยัด eD4 ติดตั้งระบบ Auto Start/Stop ช่วยดับเครื่องยนต์เวลาจอดอยู่กับที่

แม้ทางแลนด์โรเวอร์บอกว่าจะเริ่มทำตลาดในปลายปี 2011 แต่เชื่อว่าในงานแอลเอ มอเตอร์โชว์ ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทางแลนด์โรเวอร์น่าจะเผยโฉมคันจริงออกมาให้สัมผัสกันก่อน

ขอบคุณที่มาจาก  http://www.manager.co.th/ 

วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553

หลักการเลือกสีรถยนต์ ตามความเชื่อ

หลักการเลือกสีรถยนต์ ตามความเชื่อ



 
 
ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์
ท่านที่เกิดวันอาทิตย์ ท่านไม่ควรใช้รถยนต์สีน้ำเงิน สีฟ้า หรือสีดำ เพราะเป็นสีที่ไม่ต้องกับคนเกิดในวันอาทิตย์ ใช้แล้วอาจเกิดอุบัติเหตุหรืออาจเสียซ่อมบ่อยๆ หากจะใช้รถสีนี้ทำมาหากินก็จะเก็บเงินไม่อยู่ ส่วนสีที่ดีควรใช้รถยนต์ สีเขียว สีแดง สีม่วงอ่อน หรือ สีบรอนซ์เงิน สีบรอนซ์ทอง เป็นสีที่ถูกโฉลก สามารถเหนี่ยวนำเรื่องดีๆ และทำให้ไม่ค่อยเกิดปัญหาในการขับขี่ โดยเฉพาะสีเขียวเป็นสีแห่งเงินทองโชคลาภอยู่แล้ว การทำมาหากินจะไม่ฝืดเคือง ส่วนสีที่ไม่ถูกโฉลกก็ให้เอาโบว์สีเขียวผูกที่กระจกมองหลังแก้เคล็ด เลขที่ดีได้แก่เลข 1 4 5 7 2 9 เลขที่ไม่ดีได้แก่เลข 3 8

ผู้ที่ เกิดวันจันทร์
ท่านที่เกิดวันจันทร์ ท่านไม่ควรใช้รถยนต์สีแดงโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นสีแดงเฉิดสีแบบไหนก็ตาม เพราะในช่วงที่ใช้รถยนต์อยู่นั้น อาจมีเหตุการณ์น่าตกใจหลายครั้ง โดยเฉพาะเรื่องของอุบัติเหตุ รถเสียรถพัง ส่วนสีที่ดีก็ควรเป็น สีเหลือง สีบรอนซ์ทอง สีม่วงอ่อน สีฟ้าหรือสีน้ำเงิน สีเหล่านี้ก็จะเป็นสีที่สามารถเหนี่ยวนำเรื่องการทำมาหากินในแต่ละวันได้ สามารถลดอุบัติเหตุหรือรถเสียรถพังได้เช่นกัน ท่านจะสามารถขับรถได้อย่างมั่นใจขึ้น ส่วนสีแดงที่ไม่ถูกโฉลกนั้น ก็ขอให้ใช้โบว์สีม่วงอ่อน ส่วนเลขก.ท. ควรใช้เลข 2 7 5 6 4 ส่วนเลขที่ไม่ควรใช้ก็มีเลข 1 8 3 9

ผู้ที่เกิดวันอังคาร
ท่านที่ เกิดวันอังคาร ท่านไม่ควรใช้รถยนต์สีเหลือง สีขาวครีม หรือบรอนซ์ทอง ถือเป็นสีที่ไม่ดีสำหรับผู้เกิดในวันนี้ อาจมีอุบัติเหตุหรือได้รถที่ไม่ดีนัก หรือรถอาจจะซ่อมบ่อย นอกจากนี้จะเหนี่ยวนำให้มีความติดขัดอึดอัดใจ ส่วนสีที่ถูกโฉลก ได้แก่ สีชมพู สีแดง สีส้มแสด สีเขียว สีเหล่านี้จะดึงดูดกระแสดีๆเข้ามาในเรื่องการทำมาหากิน ลดอุบัติเหตุลดอันตรายหรือรถเสียรถพัง ส่วนสีที่ไม่ถูกโฉลกนั้นให้เอาโบว์สีแสดหรือสีส้มผูกที่กระจกมองหลังก็ สามารถแก้เคล็ดได้ ส่วนเลขที่ควรใช้มีดังนี้ 3 5 1 4 8 เลขที่ไม่ควรใช้ 2 7 0

ผู้ที่เกิดวันพุธ
ท่านที่เกิดวันพุธ ท่านไม่ควรใช้รถยนต์สีชมพู หรือสีแดง ถือว่าเป็นสีที่ไม่ดีสำหรับผู้ที่เกิดในวันนี้ อาจมีอุบัติเหตุ รถเสียรถพังหรืออาจใช้ไม่พ้นป้ายแดงก็เกิดเหตุไม่ดีนัก การงานอาจติดขัดได้ ขับรถอาจใจร้อน ส่วนสีที่ถูกโฉลก ได้แก่ สีเขียว สีเหลือง สีทองบรอนซ์ สีตะกั่ว สีม่วงอ่อน สีเหล่านี้สามารถเหนี่ยวนำทำให้เกิดกระแสที่ดีๆกับท่านได้ในหลายๆด้าน การทำมาหากินราบรื่น ส่วนเรื่องอุบัติเหตุหรือรถเสียก็จะไม่ค่อยมี ขับขี่ปลอดภัย ส่วนสีที่ไม่ถูกโฉลกให้ใช้โบว์สีเขียวผูกที่กระจกมองหลังก็สามารถแก้เคล็ด ได้ เลขที่ดีที่ควรใช้ได้แก่ 4 8 9 2 6 5 เลขที่ไม่ดีได้แก่ 3 7 1 เป็นเลขที่ไม่ควรใช้

ผู้ที่เกิดวันพฤหัส
ท่านที่เกิดวันพฤหัส ท่านไม่ควรใช้รถยนต์สีดำโดยเด็ดขาด เพราะสีดำเป็นสีที่ไม่เป็นมงคลแก่ผู้ที่เกิดในวันพฤหัสนี้ นอกจากความไม่เป็นมงคลแล้วยังอาจเกิดความผิดพลาดซ่อมเล็กซ่อมน้อยจนถึง อุบัติเหตุใหญ่ รวมไปถึงเรื่องการทำมาหากินก็อาจติดขัด ส่วนสีที่ถูกโฉลก ได้แก่ สีส้ม สีแดง สีเขียว สีเหล่านี้จะเหนี่ยวนำกระแสดีๆในทุกๆด้านมาให้ จะทำให้การทำมาหากินไม่ติดขัด อุบัติเหตุไม่ค่อยมี จะทำอะไรก็ราบรื่น ส่วนสีที่ไม่ถูกโฉลกก็ขอให้ผูกโบว์สีเขียวหรือสีแดงที่กระจกมองหลังแก้เคล็ด ได้เช่นกัน ส่วนเลขที่ดีได้แก่ 5 6 2 1 4 9 ส่วนเลขที่ไม่ดีได้แก่เลข 7 8 เป็นเลขที่ไม่ควรใช้

ผู้ที่เกิดวันศุกร์
ท่านที่เกิดวันศุกร์ ท่านไม่ควรใช้รถยนต์สีดำ สีม่วง หรือสีที่เข้มมากๆ เพราะสีที่เข้มมากเป็นสีที่ไม่เป็นมงคลกับผู้ที่เกิดในวันนี้ สีนี้จะทำให้เกิดความทุกข์ใจในหลายๆเรื่อง เสียเงินโดยไม่มีเหตุอันควร การทำมาหากินอาจติดขัดและมีอุบัติเหตุบ่อยจนน่ารำคาญ ส่วนสีที่ถูกโฉลก ได้แก่ สีฟ้า สีน้ำเงิน สีส้ม สีเขียว สีชมพู สีบรอนซ์เงิน สีบรอนซ์ทอง สีเหล่านี้สามารถเหนี่ยวนำความดีมีโชคในทุกด้านได้ จะอาศัยรถยนต์ทำมาหากินก็ไม่ติดขัด อุบัติเหตุไม่มีขับขี่ปลอดภัย ส่วนสีที่ไม่ถูกโฉลกก็ขอให้ผูกโบว์สีฟ้าที่กระจกมองหลังแก้เคล็ด ส่วนเลขที่ดีได้แก่เลข 6 4 3 2 1 5 เลขที่ไม่ดีได้แก่เลข 8 7 0

ผู้ที่เกิดวันเสาร์
ท่านที่เกิดวันเสาร์ ท่านไม่ควรใช้รถยนต์สีเขียวทุกเฉิดทั้งอ่อนและแก่ เพราะเป็นสีที่ไม่เป็นมงคลแก่ผู้ที่เกิดในวันนี้ สีนี้จะทำให้กิดความติดขัดในเรื่องการทำมาหากิน อาจเกิดอุบัติเหตุเวลาที่ฝนตกหรือถนนลื่น หรือต้องซ่อมรถบ่อย ขับขี่ไม่ปลอดภัย ส่วนสีที่ถูกโฉลก ได้แก่ สีม่วงอ่อน สีชมพู สีน้ำเงินเข้ม สีบรอนซ์เงิน สีบรอนซ์ทอง สีเหล่านี้เป็นสีที่ถูกโฉลกจะเหนี่ยวนำความดีมีโชคในทุกๆด้าน หากจะใช้รถยนต์นี้ทำมาหากินก็จะไม่มีความติดขัด การขับขี่ปลอดภัย ส่วนสีที่ไม่ถูกโฉลกก็ให้ใช้โบว์สีม่วงอ่อนผูกที่กระจกมองหลังก็จะแก้เคล็ด ได้ ส่วนเลขที่ถูกโฉลกได้แก่เลข 7 2 8 6 9 1 ส่วเลขที่ไม่ดีได้แก่เลข 3 4 0

จนท.ไฟแนนซ์โกง

จนท.ไฟแนนซ์โกง

ระวังงง ไฟแนนซ์ให้ดีๆ

คิดสะกิดใจซักนิดก่อนจะซื้อรถป้ายแดง

คิดสะกิดใจซักนิดก่อนจะซื้อรถป้ายแดง

รถใหม่ป้ายแดง

     สิ่งที่หลาย ๆ คนอยากทำเหมือนกันก็คงจะเป็นการถอยรถใหม่ป้ายแดงออกมาเชยชม ให้คุ้มกับการที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งปีแล้วให้รางวัลชีวิตสักหน่อยก็คงไม่มีใครว่าหรอก แต่การจะซื้อรถป้ายแดงสักคัน ซึ่งตอนนี้ก็คงจะต้องคิดกันหน่อย ทั้งราคารถบวกกับราคาน้ำมันก็แพงแสนแพง มิหนำซ้ำซื้อรถป้ายแดงใหม่ ๆ ถอยจากศูนย์ช่วงนี้ก็ดันมีปัญหาพ่วงท้ายมาให้ต้องกุมขมับ ดังนั้นจึงควรที่จะรอบคอบกันสักนิด เพื่อช่วยลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้สถิติรถยนต์ป้ายแดงในบ้านเรา ท้องถนนในบ้านเรานั้นมองไปในทางไหนก็จะเห็นรถยนต์ป้ายแดงเต็มไปหมด ทำให้เกิดอาการตาร้อนขึ้นมาในทันใด ?จะรวยอะไรกันนักหนา? รถใหม่ ๆ ราคาหลายล้านก็มีให้เห็นจนเป็นของปกติ

ปัญหาที่เกิดกับรถป้ายแดง
หลาย ๆ คน หรือแทบจะทุกคนที่ต้องการซื้อรถป้ายแดงก็เพื่อที่ต้องการจะตัดปัญหาต่าง ๆ ที่มักจะเกิดขึ้น ถ้าเป็นรถยนต์มือสอง แต่ใครจะไปรู้ได้ว่ารถใหม่ป้ายแดงก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาได้เช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดปัญหาจากกระบวนการผลิตรถยนต์ ซึ่งทางค่ายรถยนต์นั้น 100 คัน อาจจะมี 1 คันที่เกิดข้อผิดพลาด ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องใส่ใจเป็นพิเศษและยังมีอีกสิ่งหนึ่ง ที่ไม่ใช่ข้อผิดพลาดจากการผลิตแต่เป็นปัญหาที่ต้องการข้อแก้ไขเช่น เรื่องที่เป็นข่าวเป็นคราวในตอนนี้ ที่มีลูกค้าคนหนึ่งได้ก่อเหตุทุบและเผารถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง เนื่องจากไม่พอใจในสมรรถนะของเบรกในรถรุ่นนี้ เนื่องจากเกิดการแตกร้าวของผ้าเบรกและทางผู้ผลิตเองก็ออกมาชี้แจงยืนยันว่า ระบบเบรกไม่มีปัญหาและมีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่ารถในระดับเดียวกัน ตามโปรแกรมการประเมินรถยนต์ใหม่ของประเทศญี่ปุ่น เมื่อเป็นเช่นนี้เราจึงควรทำใจไว้บ้าง ถ้าเผื่อว่าเราโชคดีเป็น 1 ในร้อย นั่นเองเตรียมตัวก่อนซื้อรถ เพื่อความสบายใจการเตรียมพร้อมนั้นเป็นสิ่งที่ดีถึงแม้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เราทำดีที่สุดแล้วเป็นพอ การที่จะเลือกซื้อรถแต่ละคันนั้นก่อนอื่นควรดูความเหมาะสมก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งจะมีปัจจัยหลายอย่างเป็นตัวชี้วัด อย่างเช่น ความเหมาะสมในรูปแบบของการใช้งาน ขนาดของครอบครัว หรือ ฐานะทางการเงิน ซึ่งควรจะสัมพันธ์กับขนาดของรถที่คุณเลือกซื้อ เช่น ถ้ามี Life Style ที่ใช้ชีวิตในเมืองและมีครอบครัวที่มีขนาดไม่เกิน 5 คน ก็ควรที่จะซื้อรถประเภท City Car ก็จะเหมาะสม แต่ถ้าเป็นครอบครัวใหญ่ก็ควรเล็งรถ SUV กันได้เลยคุ้มแน่ ๆ เลือกยี่ห้อรถซึ่งหลายคนคงจะมีกันอยู่แล้วซึ่งยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้ เอาเป็นว่าอย่าให้ศูนย์บริการมีน้อยแล้วกัน เมื่อตกลงปลงใจได้แล้ว ทีนี้มาที่เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ กันบ้าง ซึ่งเราควรจะแวะเวียนเข้าโชว์รูมหลาย ๆ แห่ง เพราะแต่ละโชว์รูมจะมีแคมเปญที่ต่างกัน ดังนั้นเราจึงต้องเลือกดูที่เราคุ้มค่าที่สุด ไม่ว่าจะเป็นลดแลกแจกแถมอะไรก็แล้วแต่ และอย่าลืมดูค่า Maintain Cost (ค่าบำรุงรักษาตามระยะทาง) ว่ามีค่าใช้จ่ายเท่าไรตามระยะทางที่กำหนดเข้าตรวจเช็ค รวมไปถึงระยะเวลาการรับประกันว่าซ่อมฟรีตามระยะทาง หรือระยะเวลา ด้วย
มาถึงวันสำคัญ นั่นคือ วันรับรถ
สิ่งที่เราต้องเตรียมไปในวันรับรถ อย่างแรก คือ ต้องเตรียมตัวเตรียมใจที่จะได้รถใหม่ออกมาขับ อย่างที่สอง คือ ควรที่จะเตรียมค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ในวันรับรถเพื่อจะได้ไม่หน้าแตกตรวจเช็คสภาพทั้งภายนอกและภายในว่าเรียบร้อยดีไม่มีการประกอบผิดพลาดเช่น ตัวถังที่ไม่เสมอกัน เนื่องมาจากสาเหตุผิดพลาดจากการประกอบ เป็นต้น ดูต่อที่เนื้อสี ว่ามีปัญหาหรือไม่ สีควรเรียบเนียนและเงางาม จากนั้นจึงตรวจเช็คห้องเครื่องว่าปริมาณของเหลวแต่ละอย่างอยู่ในปริมาณที่ปกติไม่มากไปหรือน้อยไป เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก น้ำยาหล่อเย็นต่าง ๆ และตรวจ บริเวณสายไฟต่าง ๆ ว่าแน่นหนาเป็นปกติดี จากนั้นจึงลองติดเครื่องดู พร้อมตรวจสอบระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ว่าใช้งานเป็นปกติหรือไม่ จากนั้นติดเครื่องและปล่อยให้เครื่องติดอยู่ในรอบเดินเบาสักพัก เพื่อสังเกตอาการว่ามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่ สุดท้ายคือการนำรถออก ซึ่งคุณจะต้องลองขับในหลาย ๆ สภาพถนน เช่น ถนนปกติรถติด ออกตัวบ่อย ๆ ถนนโล่ง ๆ ใช้ความเร็วได้พอสมควร และถนนที่ค่อนข้างขรุขระ เพื่อทดสอบช่วงล่าง ทีนี้ถ้ามีปัญหาอะไรก็จะได้ไม่เอารถคันนั้นแต่ถ้าจะให้ดี คุณควรจะใจเย็น ๆ ก่อนที่จะซื้อรถ เพราะว่าราคารถคันหนึ่งไม่ใช่บาทสองบาท ดังนั้นถ้าไม่รีบใช้รถจริง ๆ ควรที่จะรอให้รถรุ่นที่เราต้องการนั้นมีคนซื้อออกมาใช้กันแล้วสักพัก รอดูว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า เมื่อเรามั่นใจได้แล้วเราถึงจะตัดสินใจซื้อมาครอบครองไว้ได้
ที่มา  รถยนต์,ประดับยนต์,ความรู้เรื่องรถยนต์,รถมือสอง,ผ่อนรถยนต์

ขอบพระคุณเนื้อหาที่มาจาก  http://langrod.com/

เงินออมจากการผ่อนรถยนต์

เงินออมจากการผ่อนรถยนต์


ระบบขนส่งในกรุงเทพไม่สามารถรองรับความต้องการของประชาชนได้
ทำให้คนส่วนใหญ่ พยายามผ่อนรถยนต์ เพื่อแลกกับความสะดวกสบาย และชีวิตครอบครับที่ดีขึ้น
หลายครอบครัวผ่อนรถยนต์ โดยเหตุผลหลักคือ ภรรยาตั้งครรภ์  ลูกขึ้นรถเมล์อันตราย  หรืออีกๆหลายเหตุผล

การซื้อรถยนต์ทำให้เงินออมหายไป เพราะ
1. ต้องผ่อนรถยนต์ทุกเดือน เดือนละ 9000 บาท
2. ค่าน้ำมัน  ตอนนี้ ไม่น่าต่ำกว่า  5000 บาท แล้วนะ
3. ค่าที่จอดรถ ( office )  ตั้งแต่ 1000 บาทขึ้นไป
4. ค่าทางด่วน

ทำอย่างไร ให้มีเงินออม  (อย่าตอบว่า ก็ไม่ต้องซื้อรถ)
ผมอยากแนะนำการออมเงินจากการผ่อนรถยนต์ให้  วิธีนี้ บริษัทรถเช่า นิยมทำกัน เพราะกำไรดี

ผมแนะนำให้ซื้อรถยนต์  ที่เป็นรถตลาด รุ่นที่ได้รับความนิยมสูง  เพราะรถประเภทนี้ ราคาตกน้อยมาก
ค่าเฉลี่ย รถประเภทนี้เมื่อผ่อนครบ 4 ปี นำไปขายต่อ ราคาตกไปแค่ 30%  บางปีอาจกำไรด้วยซ้ำ
เพราะตัวเลขที่ผ่านมา ราคารถยนต์มือหนึ่งป้ายแดง ราคาไม่เคยลดลงเลย มีแต่เพิ่มขึ้น

แนะนำให้ซื้อรถตลาดเช่น toyota vios , altis หรือ honda jazz , civic เพราะรถพวกนี้คนใช้เยอะมาก ราคาตกน้อย
ซื้อตอนเปิดตัวใหม่ๆ ยิ่งดี  ผ่อนสัก 4 ปี พอ หรือน้อยกว่าก็ได้  เมื่อผ่อนครบแล้ว ขายต่อทันที
จะมีเงินสะสมทันทีอย่างน้อย  70% ของราคารถที่ผ่อน    จากนั้นให้นำเงินเพียง 10-20% ไปดาวน์รถ คันใหม่ต่อ
แล้ว เริ่มผ่อนใหม่    บางคนแย้งว่า หนี้ก็ไม่หมดซิ   ถูกต้อง รถยนต์ราคาตกไปเรื่อยๆ คุณคงไม่ขับรถไปถึง 10 ปี หรอก ยังไงก็ต้องขาย หรือว่าจะขายตอนที่ราคารถยนต์ตกไป เกิน 50%   วิธีนี้บริษัทรถเช่า นำมาใช้ เพราะกำไรของบริษัทคือการขาย รถเช่าออกไป แล้วนำเงินสดที่ได้ไปหมุนซื้อรถคันใหม่ต่อไป

ที่มา  รถยนต์,ประดับยนต์,ความรู้เรื่องรถยนต์,รถมือสอง,ผ่อนรถยนต์

วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553

แนะนำบล็อกของเรานิดนึงนะคะ

        คือบล็อกนี้สร้่างขึ้นมาก็เพื่อ จะให้ข่าวสารต่างๆเกี่ยวกับรถยนต์ รีวิวเครื่องยนต์ ทุกยี่ห้อ อาการเสียต่างๆ ประสบการณ์ของคนที่ใช้รถแต่ละรุ่น และสถานที่ต่างๆ ที่น่าขับรถไปเที่ยว ที่ไหนซ่อมดี ถ้ารถเสียระหว่างทาง จะไปซ่อมตรงไหนดี แหล่งรวมข่าวสารใหม่ๆ ที่จะนำ มารวบรวม หรือว่าจะเป็นคลิปวีดีโอดีๆ ก็จะจัดมาให้ท่านๆได้ดู  รับรองค่ะ จะทำด้วยใจกันเรย